เช็กก่อนกิน! ‘อาหารเสริมบำรุงผิวขาว’ ได้ผลจริงต้องเลือกอย่างไร?

อาหารเสริมบำรุงผิวขาว

อาหารเสริมบำรุงผิวขาว เป็นประเภทอาหารเสริมชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องยาวนานหลายปี ซึ่งก็มักจะส่วนผสมหลายชนิดที่ขึ้นชื่อเรื่องการบำรุงผิวให้กระจ่างใสจากภายในสู่ภายนอก แต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าส่วนประกอบดังกล่าวในอาหารเสริมบำรุงผิวขาวนั้นมีอะไรบ้าง? ส่วนผสมไหนช่วยเรื่องอะไร? และมีความเสี่ยงใดที่ต้องระวังบ้าง ในบทความนี้ Cosma Health จะพาทุกคนมาเช็กกัน!

อาหารเสริมบำรุงผิวขาว คืออะไร?

อาหารเสริมบำรุงผิวขาว (Whitening Supplement) คือ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมประเภทหนึ่งที่มีสารอาหารหรือสารสกัดจากธรรมชาติที่คิดค้นมาเพื่อช่วยในการบำรุงผิวพรรณจากภายใน โดยจะเน้นคุณสมบัติในการทำให้ผิวขาวกระจ่างใส มีออร่า ลดเลือนจุดด่างดำ และฟื้นฟูสภาพผิวที่หมองคล้ำ ส่วนใหญ่แล้วจะประกอบไปด้วยสารอาหารที่มีคุณสมบัติในการปรับสภาพผิว ชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ ไปจนถึงช่วยลดการผลิตเมลานินในชั้นผิว

อาหารเสริมบำรุงผิวขาวอาจจะมีคุณสมบัติหลากหลายหรืออาจจะมีคุณสมบัติเด่นอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ ขึ้นอยู่กับส่วนประกอบที่ทางผู้ผลิตคิดค้นขึ้น ซึ่งส่วนประกอบแต่ละอย่างก็มีคุณสมบัติ คุณภาพ และให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน ทั้งยังมีวิธีการกินเป็นอาหารเสริมไม่เหมือนกันอีกด้วย ดังนั้น เราจึงต้องศึกษาให้ดีก่อนจะซื้ออาหารเสริมบำรุงผิวขาวมากินว่ามันมีส่วนประกอบอะไรบ้าง

อาหารเสริมบำรุงผิวขาว มีส่วนประกอบอะไรบ้าง?

เพื่อให้ผิวขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติด้วยอาหารเสริมบำรุงผิวขาว การเลือกส่วนประกอบที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพดีจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้! เพราะนอกจากเราจะได้เลือกซื้ออาหารเสริมบำรุงผิวขาวที่เหมาะกับโจทย์ปัญหาของเราแล้ว ยังช่วยให้เราสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วย! เรามาดูกันเลยว่าอาหารเสริมบำรุงผิวขาว มักจะประกอบไปด้วยอะไรบ้าง

กลูต้าไธโอน (Glutathione)

กลูต้าไธโอนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่พบได้ในร่างกายตามธรรมชาติ แต่เมื่ออายุมากขึ้น การผลิตกลูต้าไธโอนจะลดลง ทำให้ผิวดูหมองคล้ำและมีริ้วรอยเพิ่มขึ้น เนื่องจากกลูต้าไธโอนเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่ช่วยป้องกันเนื้อเยื่อจากการเข้ามาทำลายของอนุมูลอิสระ ช่วยในการขับสารพิษในตับ และช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน ซึ่งเป็นสารที่ทำให้ผิวคล้ำ

กลูต้าไธโอนจึงมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการฟื้นฟูและปรับสีผิวให้กระจ่างใส โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับวิตามินซี ซึ่งจะช่วยเพิ่มการดูดซึมและการทำงานของกลูต้าไธโอนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยปริมาณการกินกลูต้าไธโอนให้เห็นผลสำหรับผู้ใหญ่จะอยู่ที่ 500-2,000 มิลลิกรัมต่อวัน

วิตามินซี (Vitamin C)

วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่หลายคนคงเคยได้ยินกิตติศัพท์กันมาอยู่แล้วว่าช่วยทำให้ผิวใส! เนื่องจากวิตามินซีมีส่วนช่วยในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้ผิวมีความแข็งแรงและยืดหยุ่นมากขึ้น นอกจากนี้ วิตามินซียังช่วยลดเลือนจุดด่างดำ ลดการอักเสบของผิว และฟื้นฟูความกระจ่างใสโดยการปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ

วิตามินซีจึงเป็นสารสำคัญที่ทำให้ผิวดูสุขภาพดีจากภายใน สามารถช่วยลดการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ทั้งยังมีส่วนช่วยในการเสริมภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายทนต่อการติดเชื้อได้ดีขึ้น วิตามินซีจึงเป็นส่วนประกอบหลักที่มักพบในอาหารเสริมบำรุงผิวขาวหลาย ๆ แบรนด์ โดยปริมาณที่ควรกินจะอยู่ที่ 75-90 มิลลิกรัมต่อวันก็เพียงพอต่อความต้องการ (สูงสุดที่รับได้คือ 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน)

คอลลาเจนเปปไทด์ (Collagen Peptides)

คอลลาเจนเป็นโปรตีนที่มีอยู่ในชั้นผิวหนังที่ช่วยทำให้ผิวเนียนนุ่ม อ่อนเยาว์ และยืดหยุ่น แต่เมื่ออายุมากขึ้น การผลิตคอลลาเจนของร่างกายจะลดลงเรื่อย ๆ ทำให้ผิวเกิดความหย่อนคล้อยและมีริ้วรอยตามมา ดังนั้น การกินคอลลาเจนเปปไทด์จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของร่างกาย เสริมให้ผิวเรียบเนียน กระชับ และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์และชุ่มชื้น

แต่อย่างไรก็ตาม คอลลาเจนนั้นมีหลากหลายรูปแบบและผลิตขึ้นได้จากหลาย ๆ แหล่ง เราจึงต้องศึกษาก่อนว่าคอลลาเจนเปปไทด์ในอาหารเสริมบำรุงผิวขาวแบรนด์นั้น ๆ ผลิตมาจากอะไร และเป็นคอลลาเจนไทป์ไหน จึงจะสามารถเลือกซื้อได้เหมาะกับตัวเรานั่นเอง!

โคเอนไซม์ คิวเท็น (Coenzyme Q10)

โคเอนไซม์ คิวเท็น เป็นสารต้านอนุมูลอิสระอีกชนิดหนึ่งที่ช่วยในการฟื้นฟูเซลล์จากความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ ซึ่งมักเกิดจากมลภาวะและแสงแดดรอบตัวเรา อันมีส่วนให้ผิวคล้ำแดดได้ง่าย รวมไปถึงฝ้า กระ และจุดด่างดำที่มักจะเกิดจากการทำร้ายของแสงแดด

อาหารเสริมบำรุงผิวขาวหลายแบรนด์มักจะมีส่วนผสมของโคเอนไซม์ คิวเทน เนื่องจากมีคุณสมบัติในการเสริมความแข็งแรงให้กับผิว ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ผิวทนต่อแดดได้ดีขึ้น จึงช่วยลดการเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ด้วย โคเอนไซม์คิวเท็นจึงมีส่วนสำคัญในการเสริมความกระจ่างใสให้กับผิวและทำให้ผิวแข็งแรงยิ่งขึ้นด้วย

สารสกัดจากเมล็ดองุ่น (Grape Seed Extract)

หลายคนอาจจะสังเกตว่าอาหารเสริมบำรุงผิวหลายตัวมักจะมีสารสกัดจากเมล็ดองุ่น หรือที่เรียกกันติดปากว่า เกรปซีด (Grape Seed) นั่นเป็นเพราะเมล็ดองุ่นมีสารต้านอนุมูลอิสระหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นฟลาโวนอยด์ (Flavonoids), แอนโทไซยานิน (Anthocyanins) และที่โดดเด่นที่สุดคือ โปรแอนโทไซยานิดิน (Proanthocyanidin) ซึ่งมีประสิทธิภาพในการลดภาวะ Oxidative stress หรือภาวะที่ร่างกายมีความไม่สมดุลระหว่างสารต้านอนุมูลอิสระและอนุมูลอิสระ

ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ เกรปซีดจึงมีส่วนช่วยปกป้องผิวจากการทำลายของแสงแดดและมลภาวะ ลดการเกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำ อีกทั้งยังช่วยเสริมให้ผิวกระจ่างใส ดูสดชื่น เนียนนุ่ม นอกจากนี้ ยังอาจมีส่วนช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและมีส่วนช่วยให้แผลหายเร็วยิ่งขึ้นด้วย! โดยปริมาณที่แนะนำจะอยู่ที่ 300–800 มิลลิกรัมต่อวัน

กรดไฮยาลูรอนิค (Hyaluronic Acid)

ไฮยาลูรอนิค แอซิดเป็นสารที่มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำและกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีเยี่ยม! ทำให้ผิวดูอิ่มฟูและเรียบเนียนยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยลดการสูญเสียความชุ่มชื้นจากภายใน ทำให้ผิวไม่แห้ง อิ่มน้ำมากยิ่งขึ้น ผิวจึงดูสุขภาพดีจากภายใน

แม้จะไม่ได้มีส่วนช่วยสำคัญในอาหารเสริมบำรุงผิวขาว แต่กรดไฮยาลูรอนิคเป็นตัวช่วยที่สำคัญในการให้ผิวคงความชุ่มชื้นยาวนาน ลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ และช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้นมากกว่า จึงมักจะถูกนำมาเป็นส่วนประกอบเพื่อเสริมประสิทธิภาพการทำงานของส่วนประกอบอื่น ๆ อย่างวิตามินซีหรือโคเอนไซม์ คิวเท็นเสียมากกว่า โดยปริมาณที่แนะนำให้กินอาหารเสริมกรดไฮยาลูรอนิกต่อวันจะอยู่ที่ 120 มิลลกรัมต่อวันก็เพียงพอ

แอล-ซีสเตอีน (L-Cysteine)

หลายคนอาจจะไม่คุ้นหูเท่าใดนัก แต่แอล-ซีสเตอีนเป็นส่วนประกอบที่หลายแบรนด์มักจะใส่เข้ามาในอาหารเสริมบำรุงผิวขาวเป็นอันดับต้น ๆ โดยแอล-ซีสเตอีนจัดเป็นกรดอะมิโนที่สำคัญต่อการเสริมสร้างและกระตุ้นการทำงานของกลูต้าไธโอนในร่างกาย
นั่นหมายความว่าการเพิ่มแอล-ซีสเตอีนเข้ามาในอาหารเสริมบำรุงผิวขาว จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของกลูต้าไธโอนในการลดเม็ดสีเมลานิน ช่วยฟื้นฟูสีผิวให้สว่างและลดความหมองคล้ำได้ดีกว่าการกินแค่กลูต้าไธโอนเพียงอย่างเดียว โดยปริมาณแอล-ซีสเตอีนที่แนะนำต่อวันจะอยู่ที่ 500 มิลลิกรัมต่อวัน

เบต้าแคโรทีน (Beta-Carotene)

เบต้าแคโรทีนเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ ซึ่งมีบทบาทในการปกป้องผิวจากความเสียหายที่เกิดจากรังสียูวีและมลภาวะ นอกจากนี้ยังช่วยเสริมให้ผิวดูเรียบเนียน ลดการเกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำต่าง ๆ เบต้าแคโรทีนยังช่วยลดการเสื่อมของเซลล์ผิว ทำให้ผิวดูสดใส กระชับ และอ่อนเยาว์

อาหารเสริมบำรุงผิวขาว มีผลข้างเคียงไหม?

อาหารเสริมบำรุงผิวขาวอาจช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้นตามที่หลายคนคาดหวังเอาไว้ แต่การใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ก็อาจเกิดผลข้างเคียงได้หากไม่ระมัดระวัง! โดยเฉพาะหากใช้ในปริมาณที่มากเกินไปหรือไม่ผ่านการรับรองมาตรฐาน ยกตัวอย่างผลข้างเคียง เช่น

  • ก่อให้เกิดอาการแพ้ เช่น อาการผื่นคัน บวมแดง หรือผิวลอก
  • ตับและไตมีปัญหา เกิดจากการกินอาหารเสริมบำรุงผิวขาวไม่ถูกวิธี หรือกินเยอะเกินกว่าที่กำหนด ทำให้ตับและไตทำงานหนักจนนำไปสู่ภาวะหรือโรคร้ายแรง
  • ภูมิคุ้มกันลดลง จากการกินกลูต้าไธโอนติดต่อกันมากเกินไป อาจส่งผลให้ภูมิต้านทานต่ำได้
  • ผิวบาง โดยเฉพาะการกินสารประกอบเร่งขาวหรือสารที่กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวมากเกินไป อาจทำให้ผิวบาง ไวต่อแสง จนเกิดจุดด่างดำ ฝ้า หรือกระได้ง่าย
  • ความเสี่ยงจากสารปนเปื้อน ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบำรุงผิวขาวที่ไม่ได้มาตรฐานอาจมีสารปนเปื้อนที่เป็นอันตรายต่อร่างกายได้

อยากทำแบรนด์อาหารเสริมผิวขาว เลือกยังไงดี?

การเลือกอาหารเสริมบำรุงผิวขาวที่ดีไม่ใช่แค่เพียงการเลือกแบรนด์ที่ได้รับความนิยม หรือแบรนด์ที่ใส่ส่วนผสมดี ๆ มาเพียงเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและคุณภาพของส่วนประกอบด้วย โดยเฉพาะหากเราเป็นเจ้าของแบรนด์ที่อยากลงทุนกับการสร้างแบรนด์อาหารเสริมบำรุงผิวขาว มาดูกันว่าต้องพิจารณาอะไรบ้าง?

ตรวจสอบส่วนประกอบก่อนเสมอ

อาหารเสริมบำรุงผิวขาวที่มีส่วนประกอบสำคัญในการบำรุงผิวขาว เช่น กลูต้าไธโอน, วิตามินซี, คอลลาเจน, กรดไฮยาลูรอนิค หรือสารสกัดจากเมล็ดองุ่น มีการทำงานที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ควรกินและวิธีการกิน ดังนั้น เจ้าของแบรนด์ควรจะให้ความสำคัญกับคุณภาพของส่วนประกอบ และปริมาณที่โรงงานสามารถใส่ให้ได้ แต่ก็ควรตรวจสอบให้แน่ใจด้วยว่าปริมาณของส่วนประกอบหลักเหล่านี้ไม่เกินขีดจำกัดแนะนำ

เลือกโรงงานที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน

อาหารเสริมบำรุงผิวขาวที่ดีควรได้รับการรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ เช่น อย. ประเทศไทย (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) หรือมาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ช่วยให้เรามั่นใจได้อีกระดับว่า ขั้นตอนการผลิตอาหารเสริมตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบไปจนถึงการนำส่งผลิตภัณฑ์นั้นมีความปลอดภัย ปราศจากสารเคมีอันตรายที่อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงในภายหลังได้

พิจารณาความต้องการของตลาดก่อน

อย่างที่เราทราบกันดีว่าปัญหาผิวของแต่ละคนนั้นมีความหลากหลายสูง ทั้งส่วนประกอบต่าง ๆ ยังให้คุณสมบัติที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้น เจ้าของแบรนด์ควรจะพิจารณาให้ชัดเจนก่อนว่า กลุ่มเป้าหมายของตนเองนั้นคือกลุ่มไหน ต้องการอะไร และมีปัญหาผิวแบบใด หรือกลุ่มเป้าหมายกลุ่มไหนเหมาะกับแนวทางการทำแบรนด์เป็นพิเศษ แล้วจึงพิจารณาการเลือกส่วนประกอบของอาหารเสริมบำรุงผิวขาวให้ตอบโจทย์เป็นขั้นตอนต่อมา

รับฟังความคิดเห็นจากผู้ใช้จริงเสมอ

อาหารเสริมบำรุงผิวขาวนั้น มีหลากหลายแบรนด์วางจำหน่ายอยู่ทั่วไปตามท้องตลาด ซึ่งแม้จะเป็นอุปสรรคในแง่ของคู่แข่งก็จริง แต่การมีอาหารเสริมหมวดหมู่เดียวกันหลายเจ้า จะทำให้เราทราบถึงข้อได้เปรียบจากความแตกต่างกันของแต่ละแบรนด์ได้ ดังนั้น เจ้าของแบรนด์จึงอาจจะสอบถามความเห็นจากผู้ที่กินอาหารเสริมบำรุงผิวขาวเป็นประจำว่ามีปัญหาอย่างไร อาหารเสริมบำรุงผิวในอุดมคติคือแบบไหน? เป็นต้น

สรุป

แม้ว่าการใช้อาหารเสริมบำรุงผิวขาวจะช่วยให้ผิวดูขาวกระจ่างใสขึ้นได้จริง ทั้งยังมีส่วนประกอบหลากหลายประเภทที่ให้ประโยชน์มากกว่าแค่ผิวกระจ่างใส แต่เจ้าของแบรนด์ก็จะเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายข้อที่มีผลต่อการสร้างแบรนด์อาหารเสริมบำรุงผิวขาว ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพของส่วนผสม ปริมาณของส่วนประกอบที่ใช้ มาตรฐานการผลิต หรือความคิดเห็นโดยตรงจากกลุ่มที่อาจเป็นเป้าหมายของเราในอนาคต

สำหรับเจ้าของแบรนด์ท่านไหนที่ยังไม่แน่ใจว่าต้องเริ่มต้นอย่างไรดี สามารถสอบถาม Cosma Health ได้เลย! เพราะเรามีบริการให้คำปรึกษาการสร้างแบรนด์ตั้งแต่เริ่มต้นจนจัดจำหน่ายสินค้า พร้อมทีมวิจัยและพัฒนาสูตร สนใจสร้างแบรนด์อาหารเสริมประเภทไหน? จิ้มช่องทางติดต่อมาได้เลย!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *