ไหวไหม!? ภูมิคุ้มกันตก ทำไงดีให้ภูมิฯ แข็งแรงขึ้น

ภูมิคุ้มกันตก

ภาวะภูมิคุ้มกันตก เป็นภาวะที่คนส่วนใหญ่เป็นกันเยอะมาก! เนื่องจากสภาพแวดล้อมภายนอกนั้นเต็มไปด้วยมลภาวะ ส่งผลให้ร่างกายของเราได้รับอนุมูอิสระจากหลากหลายแหล่ง ไม่ว่าจะเป็นทางอากาศ แสงแดด อาหาร สภาพสังคม หรือการใช้ชีวิตที่ต้องแบกรับสถานการณ์ต่าง ๆ ทำให้ร่างกายของเราเกิดความเครียดจนเกราะป้องกันร่างกายอ่อนแอลง บทความนี้ Cosma Health จะพามารู้จักภาวะภูมิคุ้มกันตก คืออะไร? อาการเป็นแบบไหน? รวมถึงวิธีแก้พร้อมป้องกันภูมิคุ้มกันตกแบบครบเครื่อง!

ภาวะภูมิคุ้มกันตก คืออะไร?

ภาวะภูมิคุ้มกันตก คือ ภาวะที่ภูมิคุ้มกันหรือภูมิต้านทานอ่อนแอลงหรือทำงานได้น้อยลง จนส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถต่อต้านเชื้อโรคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย นำไปสู่การเจ็บป่วยได้ง่ายกว่าปกติ กระบวนการฟื้นฟูตัวเองช้า ในผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันตกบางคน อาจจะเกิดการติดเชื้อหรือร่างกายอักเสบจนทำให้ป่วยเป็นโรคร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

ภูมิคุ้มกันตก อาการเป็นอย่างไร?

ภูมิต้านทานนั้นก็เปรียบเสมือนเกราะป้องกันร่างกายของเราเมื่อต้องออกสู่สนามรบ หากเกราะป้องกันของเราไม่แข็งแรงพอเพื่อต่อต้านการโจมตีจากเชื้อแบคทีเรียและไวรัส ก็จะส่งผลให้ร่างกายเกิดการบาดเจ็บได้ง่าย ยกตัวอย่างอาการเบื้องต้นของผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันตก ได้แก่

รู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนเพลียมาก

ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันตก ร่างกายจะมีอาการอ่อนเพลียตลอดเวลาหรือมีอาการเฉื่อยชา เพราะร่างกายกำลังพยายามต่อสู่กับเชื้อโรคต่าง ๆ ที่กำลังแทรกแซงเข้ามา ทำให้สูญเสียพลังงานไปมาก

ป่วยบ่อยและป่วยนานไม่หายสักที

ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันตก ร่างกายจะมีอาการอ่อนเพลียตลอดเวลาหรือมีอาการเฉื่อยชา เพราะร่างกายกำลังพยายามต่อสู่กับเชื้อโรคต่าง ๆ ที่กำลังแทรกแซงเข้ามา ทำให้สูญเสียพลังงานไปมาก

มีอาการมือเย็นตลอดเวลา

เกิดจากอาการอักเสบของหลอดเลือด ทำให้การไหลเวียนไปยังบริเวณมือหรือเท้าทำงานได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้ผิวหนังบริเวณนั้นไม่สามารถรักษาความอบอุ่นได้เหมือนเดิม บางรายอาจจะรู้สึกชาที่มือหรือเท้าด้วย

มักมีอาการตาแห้งผิดปกติ

เป็นอาการที่เกิดจากภูมิคุ้มกันตกเช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีโรคภูมิแพ้เป็นโรคประจำตัว มักจะมีอาการตาแห้ง ต้องกระพริบตาบ่อย ๆ บางรายอาจมีอาการคันหรือแสบตาร่วมด้วย

มีผด ผื่นคันขึ้นบนผิวบ่อย ๆ

เกิดจากการแพ้สิ่งต่าง ๆ ตามอากาศ เสื้อผ้า หรือสิ่งที่มาสัมผัสแล้วก่อให้เกิดการระคายเคือง แพ้ คัน มีผดผื่นหรือรอยแดง อาการภูมิตกแบบนี้อาจมาพร้อมกับอาการแพ้รังสียูวีจากแสงแดด ไม่สามารถอยู่กล้างแจ้งนาน ๆ ได้

มีปัญหาระบบทางเดินอาหารและระบบขับถ่าย

ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันตกบางรายมักจะมีปัญหาเกี่ยวกับทางเดินอาหารและระบบขับถ่ายบ่อยครั้ง เช่น ปวดท้อง อาหารไม่ย่อย มีแก๊สในกระเพาะสูง ท้องผูก ท้องเสีย ไปจนถึงเกิดการติดเชื้อที่อวัยวะในระบบต่าง ๆ เหล่านี้ได้ง่ายด้วย

ผมร่วงหนักเป็นหย่อม ๆ

ระบบภูมิคุ้มกันตกอาจจะไปส่งผลกระทบที่รูขุมขนบนหนังศีรษะของเราได้เช่นกัน ดังนั้น จึงมักจะมีอาการผมร่วงเยอะ ร่วงเป็นหย่อม ๆ จนเห็นหนังศีรษะ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของโรคที่เกี่ยวกับภูมิคุ้มกันของเราก็ได้

มีอาการปวดข้อต่อ 

อาการปวดตามข้อต่าง ๆ มักจะมีสาเหตุมาจากการอักเสบของข้อต่อ เส้นเอ็น หรือเนื้อเยื่อบริเวณนั้น ๆ ทำให้รู้สึกเจ็บปวดเมื่อขยับตัว

กลืนอาหารลำบาก

เกิดจากการอักเสบของอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการกลืนอาหาร คือ หลอดอาหาร ลำคอ หรือลิ้น ซึ่งมักจะมีอาการบวมแดง ทำให้กลืนอาหารได้ลำบาก หรือรู้สึกเหมือนกลืนอาหารไม่ลง

พัฒนาการช้า (มักเกิดกับเด็ก) 

เมื่อร่างกายอักเสบ ป่วยบ่อย ไม่มีภูมิต้านทานที่แข็งแรงพอ ร่างกายของเราก็จะสามารถพัฒนาหรือเจริญเติบโตได้ช้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนภูมิคุ้มกันต่ำที่ยังอายุน้อย

แผลสมานตัวช้ามาก

กรณีเดียวกับการป่วยบ่อยป่วยนาน หากร่างกายมีบาดแผลเกิดขึ้น ก็มักจะสมานตัวได้ช้ากว่าปกติ เพราะร่างกายไม่สามารถต้านการอักเสบได้เท่าที่ควร การสร้างเซลล์ผิวใหม่จึงเป็นไปอย่างยากลำบาก

มีอาการของหอบหืด

มักจะมีอาการภูมิคุ้มกันตกประเภทนี้ในกลุ่มคนที่เป็นหอบหืดมาก่อน เพราะโรคหอบหืดอาจถูกกระตุ้นจากสารก่อภูมิแพ้ทั่วไปได้ตลอดเวลา

เป็นรอยด่างขาว

อาจพบได้ไม่บ่อยนัก แต่บางครั้งเมื่อภูมิคุ้มกันตกก็ทำให้เกิดรอยด่างขาวได้ เนื่องจากตัวภูมิคุ้มกันของเราเลือกโจมตีไปที่เม็ดสีเมลานินในผิวหนัง ทำให้สีผิวบางจุดขาวขึ้นเป็นหย่อม ๆ

เป็นโรคตับหรือไต

เมื่อร่างกายเริ่มภูมิคุ้มกันตกอย่างรุนแรง อาจจะไปส่งผลกระทบให้ภูมิคุ้มกันเข้าทำลายเนื้อเยื่อตับหรือไต นับเป็นอีกสัญญาณหนึ่งที่บอกว่าเรากำลังมีอาการภูมิตก

สาเหตุที่ทำให้ภูมิคุ้มกันตก เกิดจากอะไร?

สาเหตุของภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เกิดได้จากหลากหลายสาเหตุ ซึ่งบางอย่างอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ภูมิคุ้มกันตกชั่วคราว เมื่อเวลาผ่านไปก็จะทำให้ภูมิคุ้มกันกลับมาแข็งแรงดังเดิมได้ เรามาดูกันว่าสาเหตุที่ทำให้ภูมิคุ้มกันตก เกิดจากอะไรได้บ้าง?

เป็นโรคอ้วน

เมื่อเรามีน้ำหนักเกินหรือเข้าสู่การเป็นโรคอ้วน จะก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคอื่น ๆ ตามมาหลายอย่าง โดยเฉพาะการมีไขมันในเลือดสูง ซึ่งจะไปพอกอยู่ตามผนังหลอดเลือดจนทำให้การไหลเวียนช้าลง เม็ดเลือดชนิดต่าง ๆ จึงไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การต่อต้านเชื้อโรคจึงทำได้ช้าลงนั่นเอง

กำลังตั้งครรภ์อยู่

ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์อยู่มักจะมีภูมิคุ้มกันอ่อนแอมากกว่าคนทั่วไป เนื่องจากเป็นช่วงที่ฮอร์โมนต่าง ๆ ในร่างกายไม่สมดุลไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกายระหว่างตั้งครรภ์ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของคุณแม่ทำงานได้ไม่ดีนัก เราจึงมักพบว่าคนท้องมีโอกาสป่วยบ่อยกว่าก่อนตั้งท้อง

เคยได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะมาก่อน

ระหว่างที่ร่างกายได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ จะต้องรับยากดภูมิคุ้มกันอยู่ระยะหนึ่งเพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายตอบสนองต่ออวัยวะใหม่ว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย จึงส่งผลให้ภูมิคุ้มกันตกเยอะ รักษาบาดแผลได้ช้า ซึ่งยากดภูมิคุ้มกันนี้จะต้องทานไปตลอดชีวิต จึงทำให้มีอาการภูมิตกอย่างต่อเนื่องเป็นปกติ (กรณีเดียวกันกับผู้ที่ต้องรับยาจำพวกคอร์ติโคสเตียรอยด์มาใช้ สามารถทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงเช่นกัน)

สืบทอดโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองมาตั้งแต่เกิด

โรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองมีหลากหลายชื่อด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเอง, SLE, ลูปัส อันเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของภูมิคุ้มกัน ทำให้ภูมิเข้าทำลายเนื้อเยื่อของตัวเองทั่วร่างกาย ซึ่งสามารถถ่ายทอดกันมาผ่านทางพันธุกรรมได้ ทั้งนี้ หากมีความสงสัยหรือพบว่าคนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเอง ต้องรีบพบแพทย์เพื่อควบคุมอาการด้วย

เป็นโรคเกี่ยวกับเลือด

การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันจะดีได้ ก็ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพการทำงานของเม็ดเลือด โดยเฉพาะการทำงานของเม็ดเลือดขาว หากร่างกายมีปัญหาหรือเป็นโรคเลือด จนไปขัดขวางการทำงานของเม็ดเลือดขาว ก็มีส่วนให้เกิดภาวะภูมิคุ้มกันตกได้นั่นเอง

เป็นมะเร็งหรือกำลังอยู่ในกระบวนการรักษามะเร็ง

แต่เดิม ผู้ป่วยโรคมะเร็งนั้นมักจะมีภูมิคุ้มกันที่อ่อนแออยู่แล้ว และเมื่อรวมกับสาเหตุจากการใช้ยาเคมีบำบัดหรือการฉายแสง ก็ยิ่งมีผลรุนแรงต่อระบบภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้ ผู้ที่เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวยังมีอาการภูมิตกได้ชัดเจนกว่าคนปกติ และอาจมีอาการรุนแรงกว่าด้วย

เป็นโรคเอดส์หรือติดเชื้อ HIV

ผู้ป่วยโรคเอดส์หรือผู้ติดเชื้อ HIV เป็นกลุ่มที่มีภาวะภูมิคุ้มกันตกอยู่แล้ว เนื่องจากตัวเชื้อ HIV ที่ได้รับเข้าไปจะมุ่งเข้าไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาวโดยตรงจนจำนวนลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ ทำให้ร่างกายไม่มีเกราะป้องกันที่แข็งแรงพอต่อต้านเชื้อโรค เมื่อเข้าสู่ระยะสุดท้ายก็มีโอกาสการเกิดโรคแทรกซ้อนและโรคติดเชื้อฉวยโอกาสสูงที่สุด

เมื่อภูมิคุ้มกันตก วิธีแก้มีแบบไหนบ้าง?

ภาวะภูมิคุ้มกันตกสามารถแก้พร้อมป้องกันได้ด้วยการเสริมสร้างเกราะให้ตัวเรา ไปจนถึงการบำรุงเลือด เพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระให้มากขึ้น โดยเราสามารถปรับปรุงภาวะภูมิคุ้มกันตก วิธีแก้ตามนี้ได้

เลือกกินอาหารให้ครบ 5 หมู่

การทานอาหารให้ครบถ้วนตามโภชนาการ จะทำให้เราได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ทำให้มีพลังงานและทรัพยากรเพียงพอต่อการเสริมสร้างเกราะป้องกันให้แข็งแรงยิ่งขึ้นในระยะยาว

ลดน้ำหนัก ลดความอ้วน

การทานอาหารให้ครบถ้วนตามโภชนาการ จะทำให้เราได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ทำให้มีพลังงานและทรัพยากรเพียงพอต่อการเสริมสร้างเกราะป้องกันให้แข็งแรงยิ่งขึ้นในระยะยาว

ออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการไหลเวียนของเลือด เมื่อเลือดสูบฉีดได้ดีขึ้นก็จะทำให้ระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายมีความแข็งแรง สามารถกำจัดเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ช่วยไม่ให้เกิดโรคต่าง ๆ จากภาวะภูมิคุ้มกันตกไปในตัว

พักผ่อนให้เพียงพอ

ระหว่างที่เรานอนหลับ ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนหลากหลายชนิด ซึ่งมีส่วนช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายและช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้กับเรา แนะนำให้นอนหลับอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงต่อวัน อย่าอดนอนติดต่อกันนานเกินไปเพราะจะทำให้ฮอร์โมนไม่สมดุล ร่างกายอ่อนเพลีย ติดเชื้อได้ง่าย

รักษาความสะอาดอยู่เสมอ

การรักษาความสะอาดตัวเองและสภาพแวดล้อมรอบตัว เช่น ห้องนอน ห้องนั่งเล่น จะช่วยให้เราสามารถป้องกันการติดเชื้อหรือการถูกกระตุ้นสารก่อภูมิแพ้ต่าง ๆ ได้ในระดับหนึ่ง นอกจากนี้ ยังช่วยลดโอกาสติดเชื้อที่อาจทำให้ภูมิคุ้มกันตกด้วย เช่น เชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส หรือปรสิต

หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดคนป่วย

กรณีเดียวกับการรักษาความสะอาด ร่างกายของคนเรานั้นมีความสามารถในการต้านทานเชื้อโรคไม่เท่ากัน ดังนั้น แนะนำให้หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้คนป่วย เพราะอาจจะเกิดการแพร่เชื้อทำให้เราป่วยตาม ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันตกตามไปด้วย

งดสูบบุหรี่และงดดื่มแอลกอฮอล์

สารเคมีต่าง ๆ ในบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นประจำ มีส่วนให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้น้อยลง เพราะเป็นการรบกวนระบบการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว และอวัยวะอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้ยังทำให้การไหลเวียนเลือดในร่างกายไม่ดี แผลสมานตัวช้า ป่วยง่าย และเสี่ยงเป็นโรคร้ายแรงกว่าปกติด้วย

หากิจกรรมคลายเครียดให้ตัวเองเสมอ

ความเครียดถือเป็นศัตรูตัวฉกาจของระบบภูมิคุ้มกัน เพราะเมื่อร่างกายเกิดความเครียดจะมีการหลั่งคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งช่วยต้านเชื้อโรคออกมา แต่จะกลายเป็นผลเสียเมื่อสะสมมันไว้ในร่างกายมากเกินไป เพราะคอร์ติซอลจะไปรบกวนการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว แนะนำให้หากิจกรรมคลายเครียด ปล่อยวางเรื่องที่ไม่จำเป็น และพักผ่อนจิตใจด้วย

ทานอาหารเสริมเพิ่มภูมิคุ้มกัน

เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโดยไม่ต้องลงแรง! อาหารเสริมภูมิคุ้มกันเหล่านี้เต็มไปด้วยสารอาหารที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบไหลเวียน รวมไปถึงการต้านอนุมูลอิสระต่าง ๆ ในร่างกาย ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยอาหารช่วยเสริมภูมิคุ้มกันที่มักนำมาใส่ในอาหารเสริม เช่น วิตามินซี สารสกัดเห็ดหลินจือ สารสกัดถั่งเช่า เป็นต้น

สรุป ภูมิคุ้มกันตก ต้องแก้อย่างไร?

เมื่อต้องเผชิญกับภาวะภูมิคุ้มกันตก วิธีแก้คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตใหม่ ตั้งแต่การเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อบ่มเพาะร่างกายให้แข็งแรง ไปจนถึงการหลีกเลี่ยงสภาพแวดล้อมหรือปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจส่งผลให้ภูมิคุ้มกันตก หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือการทานอาหารเสริม ก็สามารถช่วยให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้ โดยไม่ต้องเคร่งเครียดกับการปรับตัวอื่น ๆ มากนัก อย่างไรก็ตาม หากมีภาวะภูมิคุ้มกันตกอย่างรุนแรง จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยเร็ว เพราะอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงอื่น ๆ ได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *