รู้ก่อน ลูทีน อาหารเสริมตา ในตลาดมีความแตกต่างอย่างไรบ้าง ?

รู้ก่อน ลูทีน อาหารเสริมตา ในตลาดมีความแตกต่างอย่างไรบ้าง ?

เมื่อคุณค้นหา “อาหารเสริมบำรุงดวงตา” หรือ ค้นหา “ลูทีน บำรุงสายตา” ใน Google Search คุณจะพบว่า มีแบรนด์อาหารเสริมตาหลากหลายยี่ห้อ สารอาหาร และสารสกัดหลายรูปแบบ ให้ลูกค้าได้เลือกซื้อ

หากให้แบ่งความแตกต่างของ ลูทีน หรือผลิตภัณฑ์บำรุงดวงตา ตามส่วนประกอบสำคัญอย่างง่ายๆในมุมมอง ประสบการณ์ และทัศนคติของผู้เขียน อาจแบ่งได้ 3 ข้อดังนี้

สารสกัดลูทีน อาหารเสริมบำรุงตา

1. อาหารเสริมดวงตา ที่ระบุ (%) ของ ลูทีนชัดเจน

กล่าวคือ ผลิตภัณฑ์บำรุงดวงตาที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบัน ได้แก่ ลูทีน ซึ่งมีการระบุอัตราส่วนปริมาณ และความเข้มข้นเป็น เปอร์เซ็น (%) ไว้อย่างชัดเจน ทีมักเห็นกันบ่อยๆ เช่น ลูทีน 5%, 10%, 15%, 20%, ลูทีน 90% เป็นต้น ซึ่งพบเห็นการโฆษณาได้จากหลายช่องทาง เช่น โทรทัศน์, วิทยุ, ซื้อโฆษณา ออนไลน์ต่างๆ เป็นต้น

แต่ยังมีข้อถกเถียงกันว่า ลูทีนในปริมาณ 5% ในปริมาณ 100 มิลลิกรัม ต่อเม็ด จะให้ลูทีน 90% ปริมาณ 20 มิลลิกรรมหรือไม่

อาจให้ตอบแบบฉาบฉวยได้ว่า อย่างไรก็ตามปริมาณลูทีนที่ อย. กำหนดแนะนำเป็นมาตรฐาน จะอยู่ที่ 20 มิลลิกรรมต่อเม็ดเท่านั้น เนื่องจากยังไม่มีข้อสรุปจึงอาจสรุปได้ว่าปริมาณที่เหมาะสมที่สุด คือ 20 มิลลิกรัม

คำถามต่อมา: แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า ลูทีนของแต่ละแบรนด์มีความเข้มข้นเท่าไหร่ กันแน่ ?

คำตอบ: ง่ายมากๆ ผู้ทานบำรุงสามารถตรวจสอบปริมาณ และเปอร์เซน (%) ของลูทีน ที่ส่วนผสมบนฉลากของผลิตภัณฑ์นั้นๆได้เลย เนื่องจากเปอร์เซน (%) ของลูทีนนั้นไม่สามารถกำหนดเองได้ ว่ามีเท่าไหร่ จะต้องผ่านการตรวจสอบของ อย. ประเทศไทยก่อนเท่านั้น

รูปแบบการบรรจุผลิตภัณฑ์บำรุงดวงตาในกลุ่มนี้ ที่มักพบบ่อย มี 4 รูปแบบหลักๆ คือ

  • รูปแบบเครื่องดื่ม ผสมลูทีน บรรจุขวด หรือซอง (รูปแบบใหม่)
  • ผงสารสกัดลูทีน บรรจุเม็ดเเคปซูล (capsule)
  • สารสกัดลูทีน ชนิด Softgel หรือเจลแคปซูลแบบอ่อน (กำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น)
  • รูปแบบอัดเม็ด (Tablet)

ข้อดี คือ

  • ทานง่ายแค่วันละ 1-2 เม็ด ต่อเท่านั้น ส่วนผสมที่ชัดเจน ทำให้กำหนดปริมาณการทานได้อย่างมาตรฐาน ไม่ต้องเพิ่มหรือลดปริมาณการทานโดยไร้เหตุผล
  • สร้างเอกลักษณ์และความชัดเจน ง่ายต่อการตัดสินใจสั่งซื้อ
  • มักสร้างฐานลูกค้า ที่ซื้อซ้ำระยะยาวได้

ข้อเสีย: ต้องใช้ความเชี่ยวชาญในการผลิตและบรรจุ เพื่อควบคุมต้นทุนการในผลิต

สารสกัดเมล็ดองุ่น

2. อาหารเสริมบำรุงดวงตา ที่ใช้สารสกัดอื่นๆ นอกจากลูทีน

นอกจากลูทีนแล้วยังมีสารสกัดที่นิยมใช้ในการบำรุงดวงตาไม่เเพ้กัน ในต่างประเทศ ได้เเก่สารสกัดจากเมล็ดองุ่น (Grape seed extract) แต่ยังไม่ได้รับความนิยมในประเทศไทยมากนัก จึงมักมีการนำมาเป็นส่วนผสมของอาหารเสริมบำรุงดวงตา ประกอบพร้อมกับลูทีน เพื่อส่งเสริมการบำรุงดวงตาให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น อีกทั้งสารสกัดบางชนิดมักหวังผลลัพธ์ในด้านอื่นๆ มากกว่าการบำรุงดวงตาอีกด้วย

รูปแบบการบรรจุผลิตภัณฑ์บำรุงดวงตาในกลุ่มนี้ ที่มักพบบ่อย มี 2 รูปแบบหลัก คือ

  • รูปแบบสารสกัดเมล็ดองุ่น ชนิดผง บรรจุแคปซูล (Capsule)
  • รูปแบบอัดเม็ด (Tablet)

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ประเภทนี้คือ สามารถเป็นสินค้าทดแทน แบรนด์ลูทีนต่างๆได้

ข้อเสีย คือ ยังไม่ได้รับความนิยม ในกลุ่มผู้บำรุงดวงตาชาวไทยเท่าที่ควร

3.สารสกัดธรรมชาติ ที่คาดหวังให้ได้ลูทีน

กล่าวคือ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้สารสกัดจากธรรมชาติ ที่นิยมมากที่สุดคือ สารสกัดดอกทานตะวัน, ผงสกัดดอกทานตะวัน สำหรับทาน เพื่อคาดหวังให้ร่างกายดูดซึม ลูทีน และซีแซนทีน จากสารสกัดอีกขั้นตอนหนึ่ง ซึ่งอาจมีการระบุปริมาณของลูทีน หรือซีแซนทีน ที่ได้ต่อเม็ดไม่ชัดเจน เป็นจำนวน เปอร์เซ็น หรือปริมาณมาณลูทีน เป็นมิลลิกรัมไว้

รูปแบบการบรรจุผลิตภัณฑ์บำรุงดวงตาในกลุ่มนี้ ที่มักพบบ่อย มี 2 รูปแบบ คือ คือ

  • รูปแบบอัดเม็ด (Tablet)
  • รูปแบบสารสกัดชนิดผง บรรจุแคปซูล (Capsule)

ข้อดี คือ ผลิตได้ง่ายกว่า ราคาในท้องตลาดค่อนข้างถูก

ข้อเสีย คือ

  • ต้องทานสารสกัดดังกล่าว เป็นจำนวนมากกว่าปกติ เนื่องจากการทานบำรุงแค่ 1 เม็ดต่อวันอาจเห็นผลไม่ชัดเจน เนื่องจากสารสกัดนั้นมีความเข้มข้นของสารสกัดลูทีน หรือ ซีแซนทีนไม่มากพอ
  • จากที่เคยสอบถามจากผู้ทานบำรุงหลายๆท่าน ผู้บำรุง อาจต้องทานมากกว่า 3-5 เม็ดต่อวัน เลยทีเดียว

ซึ่งหากเปรียบเทียบดูแล้วในราคาที่ถูกกว่า แต่กลับต้องทานในปริมาณมาก 3-5 เม็ดต่อวัน ในความเป็นจริงอาจลงท้ายด้วยการเสียเงินที่พอๆกัน หรือมากกว่า ผลิตภัณฑ์อีก 2 รูปแบบ ที่กล่าวมาข้าวต้น จึงทำให้มักไม่ได้การซื้อซ้ำจากลูกค้าในระยะยาว

เพราะลูกค้าหลายท่าน โดยเฉพาะรายที่มีประสบการณ์ในการทานบำรุงดวงตามาแล้ว

มักจะตามหา ผลิตภัณฑ์ลูทีน หรืออาหารเสริมบำรุงตา ที่ได้คุณภาพ ทานได้ง่าย เชื่อถือได้ ให้ผลชัดเจน

มากกว่า ผลิตภัณฑ์ที่ราคาถูก แต่ต้อง ทานบำรุงในปริมาณที่มากกว่าปกติ 3-5 เท่า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อร่างกายในระยะยาวได้

นี่เป็นเพียงความคิดเห็น จากเจ้าของแบรนด์อาหารเสริมท่านหนึ่ง

สิ่งสำคัญอีกข้อหนึ่ง ที่ผู้ลงทุนในธุรกิจอาหารเสริมบำรุงดวงตา และผู้บำรุงต้องคำนึงเป็นอันดับต่อมาคือ ส่วนผสมสำคัญเพิ่มเติม ที่ส่งเสริมการบำรุงดวงตาของอาหารเสริมในแบรนด์ดังต่างๆ ที่นิยมใช้กัน เช่น แอล-ไลซีน, สารสกัดจากเมล็ดองุ่น, เบต้า-แคโรทีน, ซิงค์ อะมิโนแอซิด คลิเรท, วิตามินซี และ อื่นๆ อีกมากมาย

เนื่องจากปริมาณลูทีนมีความใกล้เคียงกัน และมีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบำรุงดวงตา หลากหลายรูปแบบ หลากหลายแบรนด์ จึงทำให้ผู้ทานบำรุงมีทางเลือกในการตัดสินใจซื้อสินค้ามากขึ้นตามไปด้วย

ผู้ทานบำรุงจึงมักมีเกณฑ์เปรียบเทียบสำหรับช่วยสนับสนุนการตัดสินใจเพิ่มเติม ที่ใช้ในการเลือกสำหรับทานบำรุงดวงตา เช่น

  • ปริมาณความเข้มข้นของลูทีนในระดับมากๆ เช่น จะเลือก ลูทีน 90% หรือ ลูทีน 5% เพื่อการเห็นผลการบำรุงที่ชัดเจน ตอบโจทย์ที่สุด
  • คุณภาพของผลิตภัณฑ์ เช่น การผ่านมาตรฐานต่างๆ, ความสะอาด, คุณภาพของบรรจุภัณฑ์, คุณภาพของสินค้า ไม่เสื่อมสภาพ และ ไม่หมดอายุ เป็นต้น
  • การจดทะเบียน อย. อย่างถูกต้อง ของประเทศไทย
  • ราคา โปรโมชั่น และปริมาณสินค้าที่ได้
  • ส่วนผสมสำคัญอื่นๆ เช่น
  • ที่สำคัญที่สุดคือ ปริมาณที่ต้องทานต่อวัน ที่ผู้บริโภคสะดวกทานบำรุงมักไม่เกิน 1-2 เม็ดต่อวัน ซึ่งลูทีน ในรูปแบบนี้จะตอบโจทยการทานบำรุงของผู้บริโภคในปัจจุบันได้ดีที่สุด เทียบเท่า หรือมากกว่ากับอาหารเสริมบำรุงตา ระหว่างรูปแบบที่ 1 และ 2 เลยที่เดียว

นี่เป็นเพียงประสบการณ์ จากมุมมองเล็กๆ ของผู้เขียนเท่านั้น ซึ่งอาจไม่ได้ครอบคลุมข้อเท็จจริงทั้งหมด แล้วคุณมีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง

สอบถาม ปรึกษา เรื่องการทำ OEM อาหารเสริม โดยตรงที่
Line @cosmahealth หรือ คลิกลิงค์: https://lin.ee/6Z1Jal8

หมายเหตุ: บทความนี้ถูกเขียนขึ้นเพื่อในในเว็บไซต์ https://www.cosmahealth.com/ เท่านั้น ห้ามนำไปเผยแพร่ในช่องทางอื่นๆ ทุกช่องทางโดยไม่ได้รับอนุญาต หากมีการละเมิดจะมีการดำเนินคดีต่อไป

Leave a Reply