แอปเปิ้ลไซเดอร์ เป็นอาหารที่มากไปด้วยคุณประโยชน์ ไม่ใช่แค่ส่วนผสมในอาหารรสชาติเปรี้ยวหวานที่ให้ความสดชื่นเท่านั้น แอปเปิ้ลไซเดอร์เป็นส่วนผสมที่ใช้เสริมสร้างสุขภาพในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ลดน้ำตาลในเลือด หรือใช้ในการลดน้ำหนัก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น แอปเปิ้ลไซเดอร์ยังมีข้อมูลอีกมากมายที่เราควรรู้ ทั้งประโยชน์ที่น่าสนใจ ข้อควรระวังในการใช้ ไปจนถึงรูปแบบของการกินแอปเปิ้ลไซเดอร์ ในบทความนี้ Cosma Health จะพามารู้จักข้อมูลทั้งหมดนี้กัน!
แอปเปิ้ลไซเดอร์ คืออะไร?
แอปเปิ้ลไซเดอร์ (Apple Cider Vinegar : AVC) คือ น้ำส้มสายชูหมักชนิดหนึ่งที่ใช้แอปเปิ้ล ยีสต์ และน้ำตาลมาบ่มรวมกัน จนทำให้เกิดกรดอะซิติก (Acetic Acid) อันเป็นกรดที่มีประโยชน์อย่างมากสำหรับการฆ่าเชื้อโรคต่าง ๆ โดยธรรมชาติแล้ว ลักษณะของน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์จะมีสีน้ำตาลอ่อนถึงเข้ม รสชาติเปรี้ยวอมหวานพร้อมกลิ่นหอมของแอปเปิ้ล และอาจจะมีฟองเล็กน้อยอยู่ที่ผิว
น้ำสมสายชูหมักอย่างแอปเปิ้ลไซเดอร์ เดิมมักถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารจำพวกสลัด ขนม หรือผักดอง อันจะช่วยให้รสชาติของเมนูนั้น ๆ มีความสดชื่นจากกลิ่นของแอปเปิ้ลและรสชาติ แต่ทั้งนี้ก็สามารถกินแอปเปิ้ลไซเดอร์แบบน้ำโดยตรงเลยก็ได้ หรือจะเลือกกินแอปเปิ้ลไซเดอร์แบบเม็ดก็ได้เช่นกัน
ประโยชน์ของแอปเปิ้ลไซเดอร์
ด้วยการมีส่วนประกอบของกรดอะซิติก วิตามินบี วิตามินซี โพแทสเซียม แมกนีเซียม แคลเซียม และฟอสฟอรัสสูง ทำให้การกินน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์หรือแอปเปิ้ลไซเดอร์แบบเม็ดมีประโยชน์หลายอย่าง ดังนี้
ช่วยฆ่าเชื้อโรค ขับของเสีย
แอปเปิ้ลไซเดอร์มีส่วนประกอบของกรดอะซิติกสูง ซึ่งมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทำให้เชื้อโรคไม่สามารถเติบโตหรือแบ่งตัวได้ พร้อมด้วยฤทธิ์ของการเป็นกรด ทำให้เชื้อโรคไม่สามารถมีชีวิตอยู่ในสภาพความเป็นกรดหลังกินแอปเปิ้ลไซเดอร์ ดังนั้น จึงช่วยในการป้องกันการติดเชื้อหรือการอักเสบในร่างกาย นอกจากนี้ ตัวแอปเปิ้ลไซเดอร์ยังมีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยในการดีทอกซ์และขับของเสียอีกด้วย
อาจช่วยในการลดน้ำหนักได้
แอปเปิ้ลไซเดอร์อาจมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักได้ โดยกรดอะซิติกในแอปเปิ้ลไซเดอร์สามารถเพิ่มความรู้สึกอิ่ม ช่วยลดความอยากอาหาร ทำให้เรารู้สึกอยากกินจุบจิบน้อยลง จึงส่งผลให้ผู้ที่กินน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์เป็นประจำสามารถควบคุมน้ำหนักได้ดีขึ้น แต่อย่างไรก็ดี การลดน้ำหนักที่ยั่งยืนยังคงต้องอาศัยการเลือกกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอร่วมด้วย
ช่วยลดคอเลสเตอรอลและน้ำตาลในเลือด
จากข้อมูลหลายแห่งพบว่า การดื่มน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์อาจช่วยเพิ่มการตอบสนองต่ออินซูลินของร่างกาย ซึ่งส่งผลให้การควบคุมระดับน้ำตาลและคอเลสเตอรอลในเลือดทำงานได้ดีขึ้น จึงอาจมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวานหรือโรคหัวใจและหลอดเลือด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือเป็นกลุ่มเสี่ยงก็ไม่ควรซื้อน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์หรือแอปเปิ้ลไซเดอร์แบบเม็ดมากินเอง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อนเท่านั้น
ช่วยให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า
ด้วยรสชาติที่สดชื่นพร้อมสรรพคุณที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินหลากหลายชนิด ทำให้การกินแอปเปิ้ลไซเดอร์มีส่วนช่วยให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่า สดชื่น ตื่นตัว ลดความเหนื่อยล้าอ่อนเพลียได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ก็ยังมีส่วนช่วยให้ร่างกายต่อต้านอนุมูลอิสระ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มได้เช่นกัน
ช่วยกระตุ้นการย่อยอาหาร
แอปเปิ้ลไซเดอร์มีกรดอะซิติกและเอนไซม์ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหาร โดยการกระตุ้นให้กระเพาะอาหารผลิตน้ำย่อยออกมามากขึ้น ทำให้การดูดซึมสารอาหารมีประสิทธิภาพ กระเพาะอาหารทำงานได้ดี จึงอาจช่วยบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อจากภาวะอาหารไม่ย่อยได้ นอกจากนี้ แอปเปิ้ลยังกระตุ้นการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ดีต่อลำไส้ จึงช่วยให้ลำไส้แข็งแรงและทำงานได้ดีขึ้นด้วย
แอปเปิ้ลไซเดอร์ วิธีกินที่ถูกต้อง
สำหรับน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ วิธีกินที่ถูกต้องนั้นไม่ได้ซับซ้อน หากเป็นการกินน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์โดยตรง เพียงแค่ผสมน้ำแก้วใหญ่หนึ่งแก้ว หรือผสมน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำเปล่า 200 มิลลิตรขึ้นไป เพื่อเจือจางให้สามารถดื่มได้ง่ายและปลอดภัย คำเตือน! หลีกเลี่ยงการดื่มแบบไม่เจือจาง เพราะน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์มีความเป็นกรดสูงมาก อาจทำให้เกิดการระคายเคืองในช่องปาก ลำคอ กระเพาะอาหาร หรือมีผลให้เคลือบฟันสึกกร่อนได้
สำหรับแอปเปิ้ลไซเดอร์แบบเม็ด วิธีกินที่ถูกต้อง แนะนำให้กินตามปริมาณที่ได้ระบุเอาไว้บนบรรจุภันฑ์เท่านั้น ไม่แนะนำให้เลือกกินแอปเปิ้ลไซเดอร์แบบเม็ดมากเกินกว่าที่บรรจุภัณฑ์แนะนำ เพราะแต่ละแบรนด์อาจจะบรรจุปริมาณมาไม่เท่ากัน และจำเป็นต้องมีการดื่มน้ำหรือกินอาหารตามเข้าไปด้วย เพื่อลดการระคายเคืองของกระเพาะอาหารและลำไส้
แอปเปิ้ลไซเดอร์ โทษหรือผลข้างเคียงมีไหม?
แม้ว่าแอปเปิ้ลไซเดอร์จะมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย แต่การกินแอปเปิ้ลไซเดอร์มากเกินปริมาณที่เหมาะสมหรือเลือกวิธีกินแบบไม่ถูกต้องก็อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงได้ ยกตัวอย่างเช่น
การกัดกร่อนเคลือบฟัน
จากที่ได้ย้ำว่าน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์มีความเป็นกรดสูง ซึ่งหากเราดื่มน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ที่ไม่ได้ผ่านการเจือจางด้วยน้ำเปล่าอาจทำให้เคลือบฟันถูกกัดกร่อนจนฟันบางลง ส่งผลให้ฟันไวต่ออุณหภูมิ เสี่ยงต่อการเกิดฟันผุ และอาจทำให้สีฟันเปลี่ยนไป แนะนำให้ดื่มน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ผ่านหลอดและบ้วนปากด้วยน้ำสะอาดหลังดื่มทุกครั้ง ห้ามแปรงฟันทันทีหลังดื่ม หรือวิธีที่ง่ายกว่าคือการเลือกกินแอปเปิ้ลไซเดอร์แบบเม็ดไปเลย
ระคายเคืองต่อระบบทางเดินอาหาร
ความเป็นกรดของแอปเปิ้ลไซเดอร์อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินอาหารด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีอาการกรดไหลย้อน โรคกระเพาะ หรือลำไส้แปรปรวนอยู่แล้ว เพราะการดื่มแอปเปิ้ลไซเดอร์ในปริมาณมากหรือดื่มตอนท้องว่างอาจทำให้เกิดอาการปวดท้อง ท้องอืด หรือท้องเสียได้
ปฏิกิริยากับยาบางชนิด
แอปเปิ้ลไซเดอร์อาจมีปฏิกิริยากับยาบางประเภท โดยเฉพาะยาขับปัสสาวะ ยาไดจอกซิน ยาควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดหรือยารักษาโรคเบาหวาน การดื่มแอปเปิ้ลไซเดอร์ร่วมกับยาเหล่านี้อาจทำให้ระดับโพแทสเซียมในเลือดต่ำเกินไป หรือทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงมากเกินไป จนกระทบต่อการทำงานของยาและเสี่ยงเกิดผลข้างเคียงอันตรายได้ หากต้องกินยาประจำตัวหรือมีโรคประจำตัว จะต้องผ่านการพิจารณาของแพทย์ก่อนเสมอ
แอปเปิ้ลไซเดอร์แบบเม็ด VS แบบน้ำ ต่างกันอย่างไร?
แอปเปิ้ลไซเดอร์แบบเม็ด VS แบบน้ำนั้นมีความแตกต่างกันอย่างมาก ทั้งในเรื่องของคุณสมบัติ วิธีการกิน ไปจนถึงการเก็บรักษา มาดูกันเลยว่าถ้าเทียบกันแล้วระหว่างแอปเปิ้ลไซเดอร์แบบเม็ด VS แบบน้ำต่างกันอย่างไร?
ความเข้มข้น
น้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์มักมีความเข้มข้นมากกว่าตามธรรมชาติ แต่แอปเปิ้ลไซเดอร์แบบเม็ดบางแบรนด์อาจมีการความเข้มข้นของส่วนประกอบสำคัญบางชนิด แต่อาจสูญเสียความเข้มข้นของส่วนประกอบบางอย่างระหว่างกระบวนการผลิต แต่อย่างไรก็ตาม ปริมาณความเข้มข้นนั้นจะขึ้นอยู่กับกระบวนการของแต่ละโรงงานมากกว่า แนะนำให้เลือกแบรนด์ที่บรรจุความเข้มข้นตามที่เราต้องการ
การเก็บรักษาและอายุการใช้งาน
แอปเปิ้ลไซเดอร์แบบน้ำจะมีอายุการเก็บรักษาสั้นกว่า เพราะเป็นน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์จากธรรมชาติ ไม่ได้ผ่านกระบวนการปรุงแต่งมาก จึงต้องมีวิธีเก็บรักษาที่เหมาะสมเพื่อยืดอายุให้มากขึ้น ส่วนแอปเปิ้ลไซเดอร์แบบเม็ด ส่วนใหญ่จะมีอายุการเก็บรักษานานกว่า สามารถเก็บได้ที่อุณหภูมิห้องโดยไม่ต้องแช่เย็น เพียงแค่หลีกเลี่ยงแสงแดดก็เพียงพอ แต่ทั้งนี้ โดยทั่วไปจะต้องมีการระบุวันหมดอายุและวิธีการเก็บรักษาไว้บนบรรจุภัณฑ์ตามกฎของ FDA Thailand อยู่แล้ว แนะนำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำดังกล่าวจะดีที่สุด
ความสะดวกในการใช้
แอปเปิ้ลไซเดอร์แบบน้ำจะบรรจุมาเหมือนเครื่องดื่มหรือเครื่องปรุงทั่ว ๆ ไป ดังนั้น การกินน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์จึงต้องตวงปริมาณการใช้ก่อนเสมอ จึงอาจไม่สะดวกในการพกพาหรือการกินแต่ละครั้งเพราะกะปริมาณเองได้ยาก แต่สำหรับแอปเปิ้ลไซเดอร์แบบเม็ดจะสะดวกในการพกพาและการควบคุมปริมาณการใช้ได้ง่ายกว่า เพราะแบ่งสัดส่วนมาให้แล้ว
รสชาติและการบริโภค
น้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์จะมีรสชาติที่เปรี้ยวจัด แม้จะอมหวานเล็กน้อย แต่ก็บางคนอาจกินเองได้ยาก ซึ่งเหตุผลนี้ถือเป็นหนึ่งในแนวทางสำหรับเลือกกินแอปเปิ้ลไซเดอร์แบบเม็ด! เพราะจะช่วยกลบรสชาติ ปรับแต่งกลิ่นให้สามารถกินแอปเปิ้ลไซเดอร์ได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องลำบาก
ผลกระทบต่อฟันและระบบย่อยอาหาร
อย่างที่ทราบกันดีกว่าแอปเปิ้ลไซเดอร์แบบน้ำ หากดื่มเป็นประจำและกำหนดความเจือจางไม่เหมาะสม อาจระคายเคืองกระเพาะและทำลายเคลือบฟันได้เนื่องจากความเป็นกรดสูง แต่สำหรับแอปเปิ้ลไซเดอร์แบบเม็ดมักมีผลกระทบน้อยกว่า เพราะไม่ทำให้ตัวสารสกัดแอปเปิ้ลไซเดอร์สัมผัสเคลือบฟันโดยตรง นอกจากนี้ ยังปรับแต่งตัวแคปซูลให้เป็นแบบละลายตัวช้า ทำให้ค่อย ๆ เกิดดูดซึมจากตัวแคปซูลเข้าสู่ระบบทางเดินอาหาร ซึ่งจะช่วยป้องกันการระคายเคืองในกระเพาะอาหารได้ดี
ส่วนผสมเพิ่มเติม
แอปเปิ้ลไซเดอร์แบบน้ำมักจะไม่มีส่วนผสมเพิ่มเติมนอกจากแอปเปิ้ลไซเดอร์บริสุทธิ์ แต่สำหรับแอปเปิ้ลไซเดอร์แบบเม็ดอาจมีการเพิ่มส่วนประกอบอื่น ๆ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของแอปเปิ้ลไซเดอร์ ไปจนถึงการเสริมวิตามิน แร่ธาตุ หรือสารสกัดอื่น ๆ เข้ามาด้วย ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ในการผลิตอาหารเสริมแอปเปิ้ลไซเดอร์ของแบรนด์นั้น ๆ
สรุป แอปเปิ้ลไซเดอร์ดีจริงไหม?
แอปเปิ้ลไซเดอร์ (Apple Cider) คือน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ลที่มีคุณประโยชน์หลากหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการช่วยฆ่าเชื้อโรค เชื้อแบคทีเรีย การช่วยควบคุมระดับน้ำตาลและคอเลสเตอรอล ไปจนถึงการเป็นตัวช่วยควบคุมน้ำหนัก แม้แอปเปิ้ลไซเดอร์จะมีผลข้างเคียงที่ต้องระมัดระวังอยู่ แต่หากเราเลือกวิธีกินแอปเปิ้ลไซเดอร์ที่ถูกต้อง ไม่ดื่มน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์โดยไม่ผสมน้ำ หรือเลือกกินแอปเปิ้ลไซเดอร์แบบเม็ดตามคำแนะนำบนฉลาก ก็จะช่วยป้องกันและลดผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น และช่วยให้เรากินแอปเปิ้ลไซเดอร์ได้อย่างปลอดภัย รับประโยชน์เต็มเปี่ยมแน่นอน!

