หลายคนอาจจะสงสัยว่าเจ้าเม็ดบรรจุยาหรืออาหารเสริมธรรมดา ๆ อย่างแคปซูล ทำมาจากอะไรกันแน่? และเมื่อเข้าสู่ร่างกายไปแล้วมันจะเกิดปฏิกิริยาอย่างไร อันตรายต่อร่างกายหรือไม่? คำถามมากมายเหล่านี้อาจเป็นเพราะการผลิตแคปซูลนั้นไม่ได้ถูกพูดถึงเท่าใดนัก บางคนมักเข้าใจผิดว่าแคปซูลต้องทำมาจากหนังหมู ซึ่งจริง ๆ แล้วมันไม่ได้มีที่มาเพียงแหล่งเดียว! ในบทความนี้ Cosma Health จะพาไปดูกันว่าเจ้าเม็ดแปลกตาที่เรากินกันอยู่ทุกวันนี้อย่าง เม็ดแคปซูล ทำมาจากอะไรกันบ้าง?
แคปซูล ทำมาจากอะไร?
แคปซูล (Capsules) ทำมาจากแหล่งวัตถุดิบหลากหลายประเภท โดยจะมีทั้งแบบที่ทำจากส่วนประกอบธรรมชาติ หรือเกิดจากการสังเคราะห์โดยมนุษย์ ซึ่งจะมีรูปแบบ ขั้นตอน และจุดประสงค์ในการผลิตที่แตกต่างกันไป โดยหลัก ๆ อ้างอิงตามงานวิจัยจาก ResearchGate เกี่ยวกับการผลิตแคปซูลแต่ละประเภท จะแบ่งชนิดของแคปซูลเปล่าตามแหล่งผลิตออกเป็น 3 กลุ่มด้วยกัน มาดูกันเลยว่าสามรูปแบบดังกล่าวของแคปซูล ทำมาจากอะไรบ้าง?
หมายเหตุ: ความแตกต่างกันของแคปซูลแต่ละชนิดคือความแตกต่างจากส่วนประกอบและกรรมวิธีที่ผลิต ดังนั้น หน้าตาของแคปซูลที่ออกมาจึงมีความใกล้เคียงกันได้
แคปซูลเจลาติน
Gelatin Capsules
แคปซูลจากพืช
Vegetarian Capsules
แคปซูลพอลิไวนิลแอลกอฮอล์
PVA Capsules
1. แคปซูลเจลาติน (Gelatin Capsules)
เป็นแคปซูลที่ทำมาจากเจลาติน (Gelatin) ซึ่งจัดเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่ได้มาจากกระดูกและหนังสัตว์อย่างหมู วัว หรือควาย แบบที่คนส่วนใหญ่เข้าใจกันนั้นถูกต้องแล้ว! แต่ส่วนประกอบของสัตว์เหล่านี้จะต้องผ่านการทำความสะอาดและผ่านกรรมวิธีต่าง ๆ เพื่อให้กลายมาเป็นเจลาตินสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร ยา เครื่องสำอาง อาหารเสริม หรือสกินแคร์ โดยแคปซูลที่ทำมาจากเจลาติน จะมีอยู่ด้วยกันสองแบบคือ แคปซูลเจลาตินแบบแข็ง และแคปซูลเจลาตินแบบนิ่ม
1.1. แคปซูลเจลาตินแบบแข็ง (Hard Gelatin Capsules)
ทำมาจากเจลาตินเป็นส่วนใหญ่ ประกอบกับสารอื่น ๆ เช่น พลาสติไซเซอร์ น้ำตาล น้ำ สารแต่งสี สารทำให้ขุ่น หรือสารกันบูด อาจมีทั้งหมดนี้หรือไม่ก็ได้ โดยลักษณะของแคปซูลเจลาตินแบบแข็งจะประกอบด้วยเปลือกสองชิ้นครอบกันแบบที่เห็นกันทั่วไปตามท้องตลาดหรือสถานพยาบาล เป็นแคปซูลชนิดที่นิยมที่สุด และจะมีสีที่แตกต่างกันไปซึ่งอาจเป็นเครื่องหมายบ่งบอกสารในแคปซูลด้วย (แต่ไม่เสมอไปนะ!) ยกตัวอย่างเช่น ยาแคปซูลเหลืองแดง – มักใช้เป็นสัญลักษณ์ของยาปฏิชีวนะ เป็นต้น
1.2. แคปซูลเจลาตินแบบอ่อน (Soft Gelatin Capsules)
ทำมาจากเจลาตินเป็นส่วนใหญ่เช่นกัน ประกอบไปด้วยสารอื่น ๆ อย่าง พลาสติไซเซอร์ น้ำ สารกันบูด สารแต่งสี สารทำให้ทึบแสง หรือสารเพิ่มปริมาณ โดยแคปซูลเจลาตินแบบนิ่มถูกพัฒนามาจากแคปซูลแบบแข็งหรือยาอัดเม็ด ซึ่งมักจะไม่สามารถกลบกลิ่นยาหรือสารใด ๆ ในตัวเม็ดได้ ทั้งยังเหมาะกับคนที่กลืนยาลำบาก เพราะผิวของมันจะมีความนิ่ม ภายในบรรจุสารอาหารแบบเจลหรือแบบน้ำ เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะถูกดูดซึมได้ง่ายกว่าแบบแข็ง เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ซอฟเจล (Soft Gel)
นอกจากนี้ แคปซูลที่ทำจากเจลาติน ยังสามารถผลิตออกมาได้หลากหลายฟอร์ม เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าของแบรนด์หรือลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ด้วย ยกตัวอย่างเช่น แคปซูลเคลือบ (Coating) – ช่วยป้องกันไม่ให้ตัวแคปซูลถูกกรดในกระเพาะอาหารย่อยก่อน, แคปซูลแบบคุมการออกฤทธิ์ (Sustained release capsules) – ช่วยชะลอการดูดซึมของยา มักใช้กับกลุ่มที่เป็นโรคกระเพาะอาหาร เป็นต้น
2. แคปซูลจากพืช (Vegetarian Capsules)
แน่นอนว่าแคปซูลจากพืช ทำมาจากพืช! โดยจะแบ่งออกเป็นสองประเภทด้วยกันคือ แคปซูลพืช (HPMC Capsules) และแคปซูลสตาร์ช (Starch Capsules) ทั้งสองแบบนี้เป็นแคปซูลที่ทำมาจากพืชเช่นเดียวกัน แต่จะแตกต่างกันถึงส่วนประกอบและกรรมวิธี เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นมังสวิรัต (Vegetarian) ทำให้ได้รับผลพลอยได้จากการไม่ใช้ส่วนประกอบจากเนื้อสัตว์ ผ่านทั้งเครื่องหมายฮาลาลและเครื่องหมายโคเชอร์
2.1. แคปซูลพืช (HPMC Capsules)
ทำมาจากเซลลูโลสของพืช ได้รับความนิยมในอุตสาหกรรมเช่นเดียวกับแคปซูลเจลาติน แม้ผิวเปลือกของแคปซูลชนิดนี้จะบางกว่า แต่ก็ย่อยสลายจากความร้อนหรือความชื้นได้ยากกว่า ทำให้ควบคุมการเกิดปฏิกิริยาง่าย ทั้งยังไม่มีรส ไม่มีกลิ่น ไม่มีสี มีโอกาสก่อให้เกิดการแพ้ได้น้อยกว่า แต่ก็อาจมีผลข้างเคียงอื่น ๆ เช่น ท้องอืด ท้องเสีย หรือท้องผูกได้ นอกจากนี้ การผลิต HPMC Capsules ยังมีกระบวนการผลิตที่ค่อนข้างซับซ้อน จึงทำให้มีราคาสูงตามไปด้วย ส่วนใหญ่มักจะใช้สำหรับการผลิตยาเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ถูกนำมาใช้ในอาหารเสริมแคปซูลบ้าง เพราะสารอาหารหรือสารเคมีบางอย่างทำปฏิกิริยากับเจลาติน ทำให้สูญเสียคุณภาพหรือเป็นอันตรายได้
2.2. แคปซูลสตาร์ช (Starch Capsules)
ทำมาจากส่วนประกอบอย่างสตาร์ช (Starch) ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของแป้ง และเป็นแป้งที่ทำจาก Hypromellose หรืออีกนัยหนึ่งคือ HPMC จึงถือว่าเป็นแคปซูลที่ทำมาจากพืชเช่นกัน มีความคงตัวสูงกว่าแคปซูลเจลาติน โอกาสแพ้น้อยมาก ๆ ทนทานต่อสภาพอากาศที่ร้อนและชื้น สามารถบรรจุด้านในเป็นของเหลวได้เหมือนกับแคปซูลนิ่ม แต่ทั้งนี้ จะมีข้อเสียคือละลายได้ช้ามาก เนื่องจากเปลือกมีความหนากว่า ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการผลิตสูงกว่าด้วยเช่นกัน
3. แคปซูลพอลิไวนิลแอลกอฮอล์ (PVA Capsules)
เป็นแคปซูลที่ไม่ได้ทำจากทั้งพืชและสัตว์ แต่จะเป็นแคปซูลที่ทำมาจากโพลิเมอร์ไวนิล (Polyvinyl alcohol) ซึ่งสามารถย่อยสลายทางชีวภาพและละลายในน้ำได้ดี จัดเป็นโพลิเมอร์ที่ได้จากการสังเคราะห์ ใช้เป็นสารก่อฟิล์มเพื่อห่อหุ้มยา ช่วยปกป้องยาจากการทำปฏิกิริยากับออกซิเจนและน้ำมันหอมระเหย แต่จะมีข้อเสียคือเมื่อโดนน้ำหรือมีความชื้น มักจะเสื่อมสภาพได้ง่าย แต่ก็มักพบสารอย่าง PVA ได้ทั่วไปตามอุตสาหกรรมยา ไม่ใช่แค่การนำมาใช้เป็นเปลือกหุ้มยาเท่านั้น
ความต่างของสีแคปซูล ทำมาจากวัตถุดิบที่ต่างกันไหม?
ส่วนใหญ่แล้วสีของแคปซูลเปล่า ๆ นั้นเกิดจากการใช้สารแต่งสีมากกว่า ดังนั้น ความแตกต่างของสีแคปซูล ไม่ได้แปลว่าทำมาจากวัตถุดิบที่แตกต่างกัน จุดที่สามารถแยกแยะลักษณะของแคปซูลเปล่าแต่ละแบบได้จะอยู่ที่ความทนทาน การสลายตัว ความหนา-บางของเปลือกแคปซูล ลักษณะรูปร่าง ความแข็ง-นิ่ม หรือรูปร่างของตัวเม็ดแคปซูลมากกว่า
เวลากินแคปซูล จะเกิดการดูดซึมได้อย่างไร?
แคปซูลเปล่านั้นจะถูกครอบด้วยเปลือกนอกและบรรจุตัวยาไว้ด้านใน เมื่อเรากินแคปซูลเข้าไปแล้ว เปลือกด้านนอกจะถูกย่อยระหว่างอยู่ในทางเดินอาหาร และค่อย ๆ ปลดปล่อยตัวยาออกมา จากนั้น ร่างกายก็จะรับสารต่าง ๆ ในแคปซูลเข้าสู่กระแสเลือดและสามารถนำไปใช้งานได้
กินแคปซูลเยอะ ๆ อันตรายจริงไหม? แบบไหนไม่ปลอดภัย?
การกินยาหรืออาหารเสริมที่เป็นแคปซูลนั้น ไม่ได้อันตราย เพราะส่วนใหญ่แล้วแคปซูลเปล่ามักจะทำมาจากเจลาติน ซึ่งเป็นส่วนประกอบจากผิวหนังหรือกระดูกสัตว์เท่านั้น สำหรับมนุษย์ที่มีเนื้อสัตว์ต่าง ๆ เป็นอาหารหลักแล้ว แน่นอนว่าไม่อันตรายต่อร่างกาย! โดยสาเหตุที่ทำให้มีการตั้งคำถามว่าการกินแคปซูลเปล่าในปริมาณมาก อาจจะเกิดอันตรายต่อร่างกายนั้น เป็นเพราะการสร้างข่าวลือเกี่ยวกับสารแต่งสี แต่งกลิ่น สารเคลือบ สารกันบูด หรือสารอื่น ๆ ที่ใช้ผลิตและคงสภาพแคปซูลว่ามันสามารถทำร้ายร่างกายได้
ในความเป็นจริงแล้ว สารเหล่านี้มีปริมาณที่น้อยมากและจำเป็นต้องถูกใส่มาเพื่อคงประสิทธิภาพของยา การแกะแคปซูลออกแล้วทานยาด้านในเพียงอย่างเดียวจึงเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะนัก เนื่องจากสารบางอย่างอาจทำปฏิกิริยากับสิ่งต่าง ๆ ภายนอกแคปซูล ทำให้คุณภาพของสารเสื่อมลงจนอาจไม่เห็นผล ดังนั้น แนะนำให้กินแคปซูลเข้าไปแบบปกติ และอยู่ในปริมาณที่ฉลากแนะนำจะดีที่สุด
สรุป แคปซูลทำมาจากอะไร?
แคปซูล ทำมาจากทั้งพืช สัตว์ และการสังเคราะห์สาร ซึ่งจะมีกระบวนการ วัตถุดิบ ข้อดี และข้อเสียที่แตกต่างกันไปในแต่ละชนิด เจ้าของแบรนด์จึงต้องศึกษากลุ่มเป้าหมายที่ต้องการให้ดี เพื่อกำหนดแนวทางในการเลือกผลิตอาหารเสริมแคปซูลอย่างเหมาะสมและปลอดภัยที่สุด

